ประเพณีและวัฒนธรรม
จอหงวนขี่ม้าตรวจเมือง — ประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่อุทัยธานีที่สืบทอดมาเกือบร้อยปี
ในย่านตลาดสะแกกรัง ริมแม่น้ำที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของภาคกลางตอนบน มีประเพณีหนึ่งที่สืบทอดมาเกือบร้อยปี และยังคงชีพชื่นอยู่ในความทรงจำของชาวอุทัยธานี นั่นคือ งานแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่อุทัยธานี — หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "จอหงวนขี่ม้าตรวจเมือง"
สี่ศาล สี่เทพ หนึ่งชุมชน
ชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งรกรากที่สะแกกรังตั้งแต่ยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้าไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อราว พ.ศ. 2340 ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง หรือในภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า "ปึงเถ่ากง" (本頭公) ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งแรก ก่อนที่ชุมชนจะขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับการมาของศาลเจ้าอีกสามแห่ง ได้แก่ ศาลเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ที่ชาวอั้งยี่เคารพบูชาอย่างสูงสุด, ศาลเจ้าแม่ทับทิม (จุ๊ยบ๊วยเนี้ย) ที่ชาวบ้านนับถือมาแต่ พ.ศ. 2417 และ ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี (ปูนเถ่าเซี่ยม่า) เทพีแห่งเกาะเทโพที่ชาวบ้านเล่าว่าเคยค้าขายริมฝั่งน้ำแห่งนี้มาก่อน
ทั้งสี่ศาลตั้งอยู่ในย่านตลาดสะแกกรัง ใกล้กันพอที่ขบวนแห่จะเดินเท้าเยี่ยมได้ครบทุกแห่งในวันเดียว
ปฐมบทของงานแห่ — พ.ศ. 2478
จุดเริ่มต้นของงานแห่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชุมชน เมื่อ พ.ศ. 2477 เถ้าแก่เซียะฮุ้ง ผู้นำชุมชนจีนในขณะนั้นได้บูรณะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองใหม่ทั้งหลัง จากเรือนไม้โบราณเป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูน และในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2478 ชาวชุมชนจัดงานแห่เจ้าพ่อหลักเมืองเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความตื่นเต้นของชาวตลาดสะแกกรัง
โชคชะตาเหมือนจะทดสอบความศรัทธา เพราะในปีถัดมา พ.ศ. 2479 ไฟไหม้ตลาดอุทัยธานีครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้น บ้านเรือนไม้และร้านค้าหลายหลังพินาศในคืนเดียว — แต่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่สร้างด้วยปูนไม่กี่ปีก่อนหน้าหนีรอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความเชื่อในเจ้าพ่อจึงยิ่งแน่นแฟ้นในหัวใจชาวชุมชน
เช็งเต๋า — ชำระถนนด้วยพิธีกรรม
ก่อนขบวนแห่จะออกเดิน ต้องมีพิธี "เช็งเต๋า" (เซยเกย) หรือการชำระถนนให้สะอาดบริสุทธิ์เสียก่อน คำว่าเช็ง แปลว่า สะอาด เต๋า แปลว่า ถนน นายอำเภอเมืองอุทัยธานีจะขี่ม้าตรวจแนวเส้นทาง พร้อมประพรมน้ำทับทิม (อั้งฮวยจุ้ย) ตามเส้นทางที่ขบวนเจ้าจะเสด็จผ่าน
พิธีเช็งเต๋าแบบนี้ยังคงปฏิบัติอยู่เพียง 5 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ วัดสิงห์ ชัยนาท หนองฉาง อุทัยธานี และมโนรมย์ ซึ่งล้วนอยู่ในเส้นทางแม่น้ำสะแกกรังและแม่น้ำท่าจีนสายเดียวกัน สะท้อนว่าชุมชนจีนตามเส้นทางน้ำสายนี้มีรากเหง้าและวัฒนธรรมร่วมกัน
จอหงวนขี่ม้า — นายอำเภอในบทบาทขุนนาง
ประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของงานแห่อุทัยธานีคือการให้ นายอำเภอเมืองอุทัยธานีขี่ม้าตรวจเมือง แต่งองค์ทรงเครื่องแบบจอหงวน (ขุนนางจีน) ก่อนขบวนแห่หนึ่งวัน
ที่มาของธรรมเนียมนี้เกิดจากความคิดของ ร.อ.จำลอง โอฬาร นายอำเภอเมืองในยุคนั้น ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอสามชุก สุพรรณบุรี และคุ้นเคยกับธรรมเนียมแห่เจ้าพ่อหลักเมืองที่ต้องให้หัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นเกียรติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา ประเพณีนี้ก็สืบทอดต่อกันมาทุกสามปี นายอำเภอรุ่นแล้วรุ่นเล่าล้วนเคยนั่งบนหลังม้าออกตรวจเมืองในชุดจอหงวน — เป็นภาพที่ชาวอุทัยธานีรอชมทุกครั้ง
ล่อโก๊ว — เสียงดนตรีที่หนึ่งเดียวในแผ่นดิน
หัวใจของขบวนแห่คือเสียง ล่อโก๊ว (锣鼓) — วงดนตรีฆ้องกลองจีนโบราณที่ฝึกซ้อมกันมาตั้งแต่ยุคอั้งยี่ เด็กหนุ่มจะมาเรียนหน้าร้านเม้งเป็ดพะโล้วยามค่ำคืน หัดตีโก๋วเต๊งและโพ่งเผี่ยต่าจนชำนาญ สืบทอดเพลงมากกว่า 10 ท่อนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นของชุมชนทุกคน
โก๋วเต๊งและโพ่งเผี่ยต่าชุดเดิม ซึ่งแกะสลักโดยช่างจีนฝีมือสูง ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องใต้บันไดของสมาคมพาณิชย์อุทัยธานีมาหลายสิบปี กรรมการสมาคมเคยเสนอให้สร้างตู้กระจกโชว์ ด้วยเชื่อว่านี่คือ "เครื่องดนตรีที่ยังสมบูรณ์ที่สุดหนึ่งเดียวในประเทศไทย"
พ.ศ. 2522 — เมื่อต้องถามเจ้าก่อน
แม้งานแห่จะเป็นที่รักของชุมชน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดได้ทุกครั้งตามใจ เพราะชาวชุมชนยังจดจำอยู่ว่าครั้งแรกที่แห่ปึงเถ่ากงเมื่อ พ.ศ. 2478 เกิดไฟไหม้ตลาดในปีถัดมา เมื่อ พ.ศ. 2522 เมื่อกรรมการตัดสินใจจะแห่ปึงเถ่ากงอีกครั้ง จึงต้องทำพิธี เสี่ยงติ้ว (抽籤) ถามความประสงค์จากเจ้าพ่อก่อน อาแป๊ะลิ้มเทียมหลี ผู้อาวุโสสูงสุดของชุมชนในขณะนั้นเป็นผู้จับไม้เสี่ยงทาย ผลออกมาเป็น "ติ้วคว่ำอันหงายอัน" — สัญญาณแห่งความยินดี งานแห่จึงได้ดำเนินต่อไปอย่างสมบูรณ์
ทุกสามปี — รอบวนที่ไม่เคยขาด
งานแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่อุทัยธานีจัดขึ้น ทุก 3 ปี ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อบรรยากาศฤดูหนาวเริ่มย่างเข้ามา ขบวนแห่จะออกจากศาลเจ้าและวนเวียนผ่านถนนสายหลักของตลาดสะแกกรัง ร้านค้าตลอดสองข้างทางจะตั้งโต๊ะสักการะ จุดธูปเทียนรอรับ ผู้คนทั้งชาวจีนและชาวไทยต่างหยุดงานมายืนชมและกราบไหว้พร้อมกัน
ท่ามกลางเสียงล่อโก๊วที่กระหึ่มไปทั่วตลาด กลิ่นธูปที่ลอยอบอวล และเปลวเทียนที่สาดแสงสีทองในยามค่ำ — งานแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่อุทัยธานีคือช่วงเวลาที่ชุมชนสะแกกรังยังคงเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนเช่นที่เคยเป็นมาเกือบร้อยปี
ข้อมูลจากชุดบทความ "จอหงวนขี่ม้าตรวจเมืองอุทัยธานี" โดย เจริญ ตันมหาพราน และคำบอกเล่าของ เถ้าแก่เซียะฮุ้ง ผู้อาวุโสชุมชนจีนอุทัยธานี — บันทึกโดย LogicUthai