รุ่งอรุณแห่งอารยธรรม
มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่เขาปลาร้า
เรื่องราวของอุทัยธานีเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน ณ เขาปลาร้า (อำเภอลานสัก) มีการค้นพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยสีแดงและสีดำบนผนังถ้ำ บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น ทั้งภาพมนุษย์ สัตว์ และพิธีกรรมทางความเชื่อ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าดินแดนแถบนี้มีผู้คนอาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน
อารยธรรมทวารวดีที่เมืองการุ้ง
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-16 อารยธรรมทวารวดีได้แผ่ขยายเข้ามาสู่บริเวณนี้ พบร่องรอยคูเมืองและกำแพงเมืองโบราณรูปวงรีที่ เมืองโบราณบึงคอกช้าง และ เมืองการุ้ง (อำเภอบ้านไร่) มีการขุดพบศิลาจารึกอักษรปัลลวะ พระพุทธรูปปางนาคปรก และเครื่องใช้ดินเผา สะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของการตั้งถิ่นฐานในยุคแรกเริ่ม
เมืองด่านและวีรบุรุษ
เมืองหน้าด่านสมัยอยุธยา
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองอุทัยธานี (เดิมตั้งอยู่ที่อำเภอหนองฉาง) มีฐานะเป็น "หัวเมืองด่านชั้นนอก" ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทำหน้าที่สกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมา ชาวอุทัยในยุคนั้นต้องตื่นตัวและพร้อมรบอยู่เสมอเพื่อปกป้องราชธานี
แผ่นดินพระชนกจักรี
ปฐมนิวาสสถานแห่งราชวงศ์จักรี
ความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวอุทัยธานี คือการเป็นบ้านเกิดของ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โดยพระองค์เสด็จพระราชสมภพที่บ้านสะแกกรังแห่งนี้
ปัจจุบันบนยอดเขาสะแกกรัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปจำลองของพระองค์ ซึ่งชาวอุทัยธานีและนักท่องเที่ยวต่างขึ้นไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
วัดสังกัสรัตนคีรี
อ.เมือง จ.อุทัยธานีตราพระแสงขรรค์ชัยศรี
ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงกำหนดให้รูป "พระมหาชนกจักรีประทับนั่งบนตั่ง มือขวาทรงถือดาบ" เป็นตราประจำจังหวัดอุทัยธานี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและต้นกำเนิดแห่งราชวงศ์จักรี
วิถีการค้าและชาวจีน
เซ็กเกี๋ยกั้ง: ท่าเรือขนข้าว
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บ้านสะแกกรังเติบโตขึ้นเป็นย่านการค้าข้าวที่สำคัญ พ่อค้าชาวจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานและเรียกย่านนี้ว่า "เซ็กเกี๋ยกั้ง" สินค้าจากป่าและข้าวสารถูกลำเลียงผ่านแม่น้ำสะแกกรังล่องลงสู่กรุงเทพฯ ทำให้เมืองนี้คึกคักและร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมผสมผสาน ไทย-จีน
ตำนานตรอกโรงยา
หนึ่งในย่านที่เคยรุ่งเรืองที่สุดคือ "ตรอกโรงยา" ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของโรงสูบฝิ่นที่ถูกกฎหมาย บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายอาชีพ ปัจจุบันตรอกแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นถนนคนเดินสายวัฒนธรรม ที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานผ่านบ้านไม้เก่าและอาหารพื้นเมือง
เลื่อนเพื่อเปรียบเทียบ
สายน้ำแห่งชีวิต
ชุมชนชาวแพแห่งสุดท้าย
เอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร คือ ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายในประเทศไทยที่มีทะเบียนบ้านถูกต้องตามกฎหมาย วิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ การเลี้ยงปลาแรดในกระชัง และความเงียบสงบ คือเสน่ห์ที่หยุดเวลาไว้ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง